นโยบายและการปฏิรูปกฎหมาย

รณรงค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายและนโยบายในส่งเสริมการเข้าถึงยาและสาธารณสุข

ความเป็นมา

กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาที่มีผลต่อการเข้าถึงยาและระบบสุขภาพของประเทศ ซึ่งมีผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะออกแบบและจะนำกฎหมายมาบังคับใช้อย่างไร

ความตกลงว่าด้วยการค้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก กำหนดให้แต่ละประเทศต้องให้สิทธิบัตรกับยา ข้อตกลงดังกล่าวได้อนุญาตให้แต่ละประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการยืดหยุ่นได้ ซึ่งระงับการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยเหตุผลสถานการณ์ความจำเป็นในประเทศได้ ถึงแม้รายงานและคำแนะนำเชิงนโยบายหลายฉบับได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการยืดหยุ่นเหล่านี้ไว้ และยังเรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายนำมาตรการเหล่านี้มาบังคับใช้เพื่อการเข้าถึงยารักษโรคที่จำเป็น แต่มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ประสบความสำเร็จ ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ไม่ได้นำมาตรการยืดหยุ่นเหล่านี้มาใช้ และเมื่อนำมาใช้แล้ว ยังไม่ได้นำมาใช้ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

หลายประเทศพัฒนากฎหมายและนโยบายที่จะสนับสนุนการสาธารณสุขได้ไม่สำเร็จ เนื่องจาก:

• ขาดกรอบการทำงานของกฎหมายที่จะมาสนับสนุน
• ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการและการประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุข
• แรงกดดันที่ต่อเนื่องจากฝ่ายตรงข้าม
• การช่วยเหลือเชิงวิชาการที่มีอคติจากประเทศร่ำรวย และ
• ความตกลงเขตการค้าเสรีฉบับใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หลายประเทศยอมรับการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดเกินไปกว่าความตกลงทริปส์ ซึ่งทำให้ยามีราคาแพงโดยไม่จำเป็น

สิ่งที่เราดำเนินการ

เรารณรงค์ให้มีการใช้มาตรการยืดหยุ่นเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบภายใต้กฏหมายของแต่ละประเทศเพื่อมุ่งสู่การปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ รวมทั้งการทำให้กฏระเบียบต่างๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนกับผู้ต้องการใช้กฎหมาย โดยเฉพาะมาตรการยืดหยุ่นต่างๆ

เรามีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยให้รัฐบาลทำสิ่งต่อไปนี้

  • กำหนดให้กฎหมายของประเทศและบังคับใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยรัฐ เมื่อมีความจำเป็น เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงยา มาตรการทางกฎหมายเหล่านี้ควรจะนำยืดหยุ่นในความตกลงทริปส์มาประยุกต์อย่างเต็มที่
  • การใช้มาตรการ “นำเข้าซ้อน” โดยให้นำเข้ายาที่ติดสิทธิบัตรจากประเทศอื่นที่มีราคาถูกกว่า
  • บังคับใช้ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดในการรับจดสิทธิบัตร เพื่อปรับปรุงคุณภาพสิทธิบัตรให้ดีขึ้น โดยสร้างกรอบการทำงานทางกฎหมายและส่งเสริมให้ภาคส่วนที่จะได้รับผลกระทบคัดค้านคำขอรับสิทธิบัตรและฟ้องเพิกถอนสิทธิบัตรที่ไม่สมควรได้
  • ทำให้ระบบศาลยุติธรรมคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในเรื่องสุขภาพและสิทธิมนุษยชน ในการพิจารณาและตัดสินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา
  • ทำให้กฏหมายในประเทศมีมาตรการยืดหยุ่นหรือข้อยกเว้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลย์ระหว่างสิทธิของสาธารณะในเรื่องสุขภาพและสิทธิในสิทธิบัตร
  • พัฒนาและใช้กฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม (กฏหมายแข่งขันทางการค้า) เพื่อระงับการกระทำใดในระบบทรัพย์สินทางปัญญาที่ส่งผลขัดขวางการเข้าถึงยาและสุขภาพของประชาชน
  • ไม่ยอมรับความตกลงการค้าที่มีข้อกำหนดแบบทริสป์ผนวก (ข้อผูกพันในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดไปกว่าความตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก) ซึ่งจะบั่นทอนและทำลายการเข้าถึงยา

อ่าน ‘ เข้าถึงยา: การบทบาทของปัญญาแห่งกฎหมายและนโยบาย ‘ (PDF) ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี