แอฟริกาใต้

ครึ่งหนึ่งของประชากรที่ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลกอาศัยอยู่ในประเทศ และเรากำลังมุ่งเน้นที่จะตรวจสอบระบบกฎหมายสิทธิบัตรในประเทศซิมบับเว บอสวานา และมอริเชียส

ปัญหา

ประเทศในภูมิภาคนี้กำลังเผชิญหน้ากับราคายาที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะยาต้านไวรัสเอชไอวีในสูตรสำรองและสูตรดื้อยา รวมถึงยารักษาวัณโรค และยารักษาไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งยาที่มีในประเทศสวนใหญ่แล้วเป็นยาที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากแหล่งทุนหรือองค์กรระหว่างประเทศในการให้ทุนสนับสนุน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าประเทศมักจะเจอกับปัญหายาขาดบ่อยครั้ง ด้วยประสบการณ์เหล่านี้จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่รัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อให้มั่นใจได้ว่าประเทศจะมียาและทำให้คนเข้าถึงการรักษาได้ต่อเนื่องและยั่งยืน

นอกจากการที่ประเทศไม่สามารถลงทุนให้เพียงพอได้แล้ว  ปัญหาของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศก็มีส่วนทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน  ดังนั้นเรื่องที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนสำหรับภาคประชาสังคมคือการทำความเข้าใจ และสร้างความท้าทายต่อระบบทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงยาจำเป็นในราคาทีไม่แพง ดังนั้นจำเป็นต้องมีการรณรงค์เชิงนโยบายเพื่อผลักดันให้รัฐบาลใช้ข้อยืดหยุ่นทางการค้าว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เพิ่มมากขึ้น

ในขณะที่ในระดับภูมิภาคยังคงต่อสู้กับระบบระเบียบที่อ่อนแอ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มความตระหนักในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย และความมีประสิทธิภาพของยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยาที่มีขายในตลาดควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ระบบการจัดซื้อยาและจัดส่งยาในประเทศแถบนี้ยังมีปัญหา โดนเฉพาะเรื่องการที่ยาขาดสต๊อก

พื้นหลัง

ประเทศซิมบับเว ประเทศบอสวานา และประเทศมอริเชียส เป็นสมาชิกขององค์กรการค้าโลก (WTO) ทั้งหมด และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในข้อยืดหยุ่นทางการค้าว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (TRIPs flexibilities) โดยได้นำข้อตกลงดังกล่าวระบุเข้าไปในกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามการนำข้อยืดหยุ่นทริปส์มาใช้ในประเทศกลับมีข้อจำกัดอย่างมาก  ในขณะที่ยาต้านไวรัสเอชไอวีกว่า 85% ทีทใช้ในภูมิภาคนี้มาจากประเทศอินเดีย มีเพียง 15% เท่านั้นที่ผลิตได้โดยประเทศในภูมิภาค

ประเทศบอสวานา เป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องเอดส์ค่อนข้างสูง แต่กลับมีระบบของการกำกับดูแลด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็งมาก ซึ่งส่งผลให้บริษัทยาข้ามชาติมุ่งเข้ามาจดสิทธิบัตรในประเทศนี้มากที่สุด ส่วนประเทศซิมบับเว มีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีและวัณโรคในอัตราสูง ในขณะที่ประเทศมอริเชียสมีปัญหาอัตราการติดเชื้อเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบซีสูง

ในปีพ.ศ.2557 พบว่ามีปัญหาด้านความไม่โปร่งใสในการกำหนดราคายาในภูมิภาคนี้ จึงได้มีการดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลด้านราคาและการจัดซื้อยาขึ้น โดยคณะเลขานุการกรรมการการพัฒนาชุมชนของแอฟริกาใต้ (SADC) ร่วมกับโครงการการเข้าถึงยาและการได้รับการตรวจวินิจฉัยในภูมิภาคแอฟริกาใต้ (SARPAM)  ฐานข้อมูลนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการเปรียบเทียบราคายาโดยมีเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกในภูมิภาคนี้ใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองราคากับบริษัทยา

พันธมิตรของเราคือ AIDS and Rights Alliance for Southern Africa  (ARASA)เป็นการร่วมมือกับ SARPAM การให้การสนับสนุนโดยตรงแก่องค์กรภาคประชาสังคมและผู้กำหนดนโยบายในประเทศซิมบับเว  บอสวานา และมอริเชียส ให้ดำเนินการทบทวนกฎหมายสิทธิบัตร และร่างกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ ให้มีการนำมาตรการยืดหยุ่นตามทริปส์มาใช้  โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาคประชาสังคมและผู้กำหนดนโยบายที่สำคัญ เป็นหลัก ซึ่งโครงการนี้จะเป็นแบบอย่างให้ประเทศในส่วนเหลือของภูมิภาค ที่มีความสนใจในการแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันให้มีการจัดซื้อยารวม และลดการเจรจาต่อรองแบบรายประเทศ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการทำให้ราคายาลดลงได้