แอฟริกาเหนือ

เราทำงานในประเทศโมร็อคโค ตูนิเซีย และอียิปต์เพื่อผลักดันให้มีการลดราคายา โดยทั้ง 3 ประเทศนี้มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 43,600 คน

ปัญหา

ทั้ง 3 ประเทศเป็นประเทศที่อยู่ทางตะวันออกกลางและทางเหนือของทวีปแอฟริกา (MENA) ซึ่งมีอัตราการแพร่ระบาดของเอชไอวีสูงในโลก และเป็นประเทศที่มีอัตราการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีต่ำที่สุด โดยมีคนเพียง 1 ใน 8 เท่านั้นที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านฯ

การปิดช่องว่างของการเข้าไม่ถึงการรักษา คือการทำให้ยามีราคาถูกลง ในขณะที่ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญกับการที่ต้องจ่ายเงินให้กับค่าสิทธิบัตรที่สูงเกินไป ในขณะที่ราคายาไม่ลดลงแต่งบประมาณสนับสนุนการทำงานกลับลดลง โครงการด้านการรักษาส่วนใหญ่แล้วต้องอาศัยงบประมาณจากแหล่งทุนต่างประเทศซึ่งลดการสนับสนุนในประเทศที่ถูกบอกว่าเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง นอกจากนี้แล้วสถานการณ์เรื่องเอดส์ในประเทศทั้ง 3 ยังมุ่งไปที่กลุ่มประชากรชายขอบ ที่มักถูกแบ่งแยก รังเกียจ ซึ่งยิ่งส่งผลให้การทำงานเข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ได้ยากขึ้น

การใช้ระบบการให้สิทธิบัตรโดยสมัครใจ (voluntary licenses) คือเครือมือที่หลายฝ่ายชื่มชมและเชื่อว่าจะสามารถทำให้เกิดการเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น ระบบนี้อนุญาตให้บริษัทยาชื่อสามัญผลิตยาในสถานการณ์ที่ประเทศนั้นมีข้อจำกัดในการเข้าถึงยา

การให้สิทธิ์นี้เป็นรูปแบบการทำงานแนวใหม่ที่หลายฝ่ายชื่นชมว่าจะทำให้เกิดการเข้าถึงยามากขึ้น การใช้สิทธิ์นี้เป็นการอนุญาตให้ประเทศที่มีปัญหาข้อจำกัดด้านการเข้าถึงยา สามารถให้บริษัทยาชื่อสามัญสามารถผลิตยาได้ การให้สิทธิ์นี้คือแนวทางใหม่ในการทำงานร่วมกับบริษัทยาข้ามชาติ หรือเป็นการเจรจาผ่านองค์กรระหว่างประเทศเช่น paten pool   อย่างไรก็ตามการอนุญาตนี้ไม่ร่วมประเทศนกลุ่มแอฟริกาเหนือ(MENA)

พื้นหลัง

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการผลิตยาชื่อสามัญเข้ามาแข่งขันมากขึ้นจนทำให้ราคายาลดราคาลงอย่างมหาศาล การที่ยาราคาลดลงอย่างมากนี้ ส่งผลสำคัญต่อการเข้าถึงการรักษาเพิ่มมากขึ้นในประเทศเหล่านี้รวมทั้งประเทศในภูมิภาคนี้ด้วย อย่างไรก็ตามราคายาชื่อสามัญที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นยาในกลุ่มยาสูตรพื้นฐานเท่านั้น แต่ในยาต้านไวรัสเอชไอวีที่เป็นยารุ่นใหม่ๆยังคงได้รับการปกป้องจากระบบสิทธิบัตรอย่างเข้มแข็ง ซึ่งส่งผลให้มีเพียงไม่กี่ประเทศในภูมิภาคนี้ที่มียาต้านไวรัสเอชไอวีในสูตรดื้อยาใช้  และแม้ว่าประเทศเหล่านี้จะมียาในสูตรดื้อยาเหล่านี้ใช้ ก็พบว่าประเทศเหล่านี้ต้องใช้จ่ายงบประมาณในการซื้อยาเหล่านี้เป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งส่งผลให้การเข้าถึงยาในสูตรเหล่านี้มีความยากลำบากขึ้น หรือไม่สามารถเพิ่มจำนวนคนที่จำเป็นต้องได้รับยาให้เพิ่มมากขึ้นได้

พันธมิตร ITPC-MENA ได้มีส่วนร่วมทำการวิจัยเกี่ยวกับสถานะสิทธิบัตรของยาต้านไวรัสเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบซี (HCV) โดยมุ่งศึกษาว่าระบบทรัพย์สินทางปัญญา (IP) จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษาของประชาชนอย่างไร โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้นำข้อมูลการวิจัยนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลเรื่องสิทธิบัตรกับยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซี ซึ่งได้ตีพิมพ์และเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2558

ITPC MENA ได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่เกี่ยวกับระบบทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยา ปัจจุบันมี ผู้แทนภาคประชาสังคมกว่า 35 คน รวมทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวี สื่อมวลชน ได้รับการฝึกอบรมในโมร็อกโก ตูนิเซีย และอียิปต์

ในปี 2014, ITPC MENA เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ที่ประสบความสำเร็จในการให้หยุดการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างโมร็อกโกและสหภาพยุโรป ITPC MENA ได้จัดให้มีการดีเบตสาธารณะว่าด้วยเรื่อง