เอเชียแปซิฟิก

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราทำงานในพม่า กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม จีน และอินเดีย

ปัญหา

แม้ว่าอัตราการเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีจะเพิ่มขึ้นกว่า 39%  แต่เมื่อเทียบกับอัตราการเข้าถึงการรักษาในระดับโลกพบว่าคิดเป็น 47% เท่านั้น ในขณะที่จำนวนการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ต่อปีสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับยาในสูตรพื้นที่ฐานที่เป็นสูตรยารุ่นใหม่เลย

โครงการด้านเอชไอวีในภูมิภารนี้ส่วนใหญ่ต้องอาศัยงบประมาณจากแหล่งทุนต่างประเทศ ซึ่งปรับลดการสนับสนุนลงตั้งแต่ปี 2553 แม้ว่าเงินทุนส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการเพิ่มการเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านฯมากขึ้น แต่การทำงานของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคกลับทำได้ช้าไม่ทันต่อการมุ่งไปสู่การรักษาที่ครอบคลุมทั้งหมด

พื้นหลัง

ปัจจุบันสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้รวมข้อเรียกร้องเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าทริสปส์ หรือทริปส์พลัสในการเจรจาการค้าเสรีกับประเทศในแถบภูมิภาคเอเซีย ทั้งที่เป็นระดับทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่งหากการเจรจาตกลงสำเร็จจะส่งผลต่อการเจ้าถึงยาชื่อสามัญ ซึ่งรวมถึงยาต้านไวรัสเอชไอวีด้วย

หากมองในแง่การทำให้จำนวนคนที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯเพิ่มขึ้น แต่ในขณะที่งบประมาณลดลง และราคายาต้านไวรัสฯเพิ่มสูงขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดทางให้เกิดการแข่งขันในตลาดยาชื่อสามัญ เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีจะได้เข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ด้วยการเปิดให้มีข้อยืดหยุ่นในข้อตกลงโดฮา หรือข้อตกลงทางการค้าว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาด้านสาธารณสุข(TRIPs)ในปีพ.ศ. 2544 ทำให้หลายประเทศสามารถผลิต หรือสั่งซื้อยาชื่อสามัญได้ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ที่ยังไม่เคยได้ใช้มาตรการยืดหยุ่นดังกล่าวเลย

องค์กรภาคีของเราคือ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เอเซียแปซิฟิก (APN +) ได้มีการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนัก ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก ถึงวิกฤตเงินทุนและผลกระทบของการค้าเสรี (FTA) ต่อการเข้าถึงยา  จากการจัดประชุมระดับโลกในปีพ.ศ.2544 ร่วมกับองค์กรภาคี ITPC, MSF และ TreatAsia ผลสรุปของการประชุมทำให้เกิดเป็นคำประกาศกรุงเทพฯว่าด้วยเรื่องต่อต้านการค้าเสรี(FTAs)  องค์กรที่ร่วมลงชื่อในคำประกาศดังกล่าว ได้แสดงพลังร่วมกันในการจะต่อต้านการทำสัญญาว่าด้วยการค้าเสรีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะข้อตกลงการค้าที่มุ่งเพิ่มกำไรให้กับบริษัทยาข้ามาชาติมากกว่าที่จะมุ่งคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนทั่วโลก

APN + เป็นองค์กรที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการทำงานเพื่อท้าท้ายระบบสิทธิบัตรนา รวมไปถึงสิทธิบัตรยาที่ใช้ในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี  ในปีพ.ศ. 2557 APN + ได้เข้าร่วมกับภาคประชาชนสังคมในประเทศอินเดีย ในการยื่นคัดค้านคำขอสิทธิบัตรก่อนได้สิทธิกับยาชื่อโซฟอสบูเวียร์ (Sofosbuvir) ที่ใช้ในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี คำขอดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา