GSIPA2M: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียผู้ได้รับรางวัลผู้นำด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยาปี 2561

 “การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์” ของประเทศมาเลเซีย ในการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี โซฟอสบูเวียร์ ที่ลุกขึ้นมาท้าทายบริษัทยา ซึ่งหมายถึงว่าคนที่มีไวรัสตับอักเสบซีกว่า 454,000 คนในประเทศจะได้รับการรักษา” 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประเทศมาเลเซียได้รับรางวัลผู้นำในระหว่างการประชุมสุดยอดระดับโลกเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยา (GSIPA2M), ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศ โมร็อกโก (15-17 มกราคม 2561)   ดร. ซัลมาห์ บาห์รี เป็นผู้แทนรัฐบาลมารับรางวัล

กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ได้ประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (CL) กับยารักษาไวรัสตับอักเสบซี โซฟอสบูเวียร์ ในเดือนกันยายน  2560 เป็นการต่อต้านการกดดันจากบริษัทกิลิแอตผู้ถือสิทธิบัตร  ตั้งแต่การอนุมัติสิทธิบัตรและราคาในปี 2556 กลยุทธ์ของกิลิแอตในการผูกขาดและการจัดการส่วนแบ่งทางการตลาด รวมทั้งการไม่เปิดให้ประเทศมาเลเซียสามารถต่อรองราคาได้ รวมทั้งการที่มาเลเซียไม่มีสิทธิในระบบ “การให้สิทธิโดยสมัครใจ” (Voluntary License) การใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ ได้เปิดทางให้ประเทศมาเลเซีย ได้ส่งเสริมการแข่งขันยาชื่อสามัญเพื่อนำไปสู่ราคายาที่ลดลงและทำประชาชนได้เข้าถึงยาจำเป็นมากขึ้น

[ปีที่แล้ว] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียกล่าวว่า  กิลกแอตต้องหยุุดเล่นเกมที่คุกคามชีวิตของประชาชน – โมซิเม

วาเม่ โมซิเม่ ผู้อำนวยการโครงการระดับโลกของ ITPC ได้กล่าวระหว่างการมอบรางวัลในพิธีปิดของการประชุมสุดยอดระดับโลก “เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียได้ประกาศว่า กิลิแอตควรต้องยุติเกมอันตรายที่มีผลต่อชีวิตผู้ป่วยด้วยการประกาศใช้สิทธิของพวกเขาภายใต้ข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา หรือทริปส์ ด้วยการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร  และเราหวังว่าประเทศอื่นๆจะทำเช่นเดียวกัน เมื่อต้องเผชิญกับสิทธิบัตรที่ไม่เป็นธรรมและการต่อต้านการผูกขาด”

“เราหวังว่าประเทศอื่นๆจะทำเช่นเดียวกันหรือใช้ข้อยืดหยุ่นในข้อตกลงการค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญาหรือทริปส์ และใช้สิทธิของพวกเขาในฐานะรัฐบาลเพื่อเปลี่ยนหลักการให้เป็นปฏิบัติการ ต่อสู้กับระบบสิทธิบัตรที่ไม่เป็นธรรมและผูกขาด-และที่สำคัญที่สุดคือการยืนยันว่า สุขภาพของประชาชนของพวกเขาต้องมาก่อนผลกำไรของบริษัท ”

เราจะไม่เพียงหยุดที่ยาเอชไอวีและโรคไวรัสตับอักเสบ เราจะเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกันเพื่อให้แน่ใจว่ายาทุกตัวจะเพียพอสำหรับทุกคน เพราะนี่เป็นสิทธิมนุษยชน-ดร. บาห์รี

ดร. บาห์รีผู้ที่มารับรางวัล กล่าวว่า  “เรากำลังเผชิญกับความท้าทายมากมายและต้องการสนับสนุนให้ที่ประชุมสุดยอดครั้งนี้ร่วมเผชิญหน้าไปด้วยกัน  เราจะไม่เพียงหยุดที่ยาเอชไอวีและโรคไวรัสตับอักเสบ เราจะเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกันเพื่อให้แน่ใจว่ายาทุกตัวจะเพียพอสำหรับทุกคน เพราะนี่เป็นสิทธิมนุษยชน ”

ฟีฟ่า รามัน นักวิจัยระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยลีดส์และตัวแทนสำรองของเอ็นจีโอในคณะกรรมการของ Unitaid ได้กล่าวว่า “เป็นความภาคภูมิใจอย่างมากของความพยายามของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของ อาบิดา ฮัค และดร. ซัลมาห์ บาห์รี  และผู้อำนวยการทั่วไปด้านสุขภาพ ในการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิและถือเป็นตัวอย่างของโลกในการส่งเสริมเข้าถึงยา  “ฉันหวังว่าภาคประชาสังคมที่ทำงานในโรคอื่นๆเช่นโรคมะเร็งจะได้รับแรงบันดาลใจจากกรณีนี้”  ฉันต้องการที่จะเห็นบทบาทของภาคประชาสังคมในการสนับสนุนรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ทั้งด้านข้อมูลทางเทคนิค การเข้าร่วมประชุมประสานงาน รวมทั้งการส่งสัญญาณในการสนับสนุน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนและปัจจัยเหล่านี้เป็นส่งผลที่ยอดเยี่ยมนี้ ”

หนังสือพิมพ์สตาร์ในประเทศมาเลเซียได้รายงานปฏิกิริยาของผู้อำนวยการด้านสุขภาพ-ทั่วไป ดร. ดาร์ตูก นูร์ชามอับดุลลอฮอ เขากล่าวว่า “ความภาคภูมิใจของประเทศ มาเลเซียเป็นการบุกเบิกการเข้าถึงยาสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบซี. “

Related news: มาเลเซีย