ทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด – TAF

ยาทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด(ตัวย่อชื่อยา TAF)
ยาทีโนโฟเวียร์ ออะลาเฟนามีดหรือทาฟเป็นยาในรูปแบบโพร-ดรัก pro-drug (คือยาที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงโมเลกุลของยาเดิมให้ยาออกฤทธ์เมื่อกินยาเข้าไปแล้วและไปทำปฏิกริยากับสารบางอย่างที่มีอยู่เดิมในร่างกายคน) ยานี้ได้ขึ้นทะเบียนยาในสูตรผสมที่ใช้ร่วมกับยาเอ็มไตรซิททาบีน(เอฟทีซี) และเป็นยาตัวหนึ่งในยาสูตรรวมเม็ด 4 ชนิด ที่ประกอบไปด้วยยาทีโนโฟเวียร์(ทาฟ) ยาเอ็มไตรซิทาบีน(เอฟทีซี) ยาเอลวีเท็กกราเวียร์ และยาโคบิซิสแตท
ยาทีโนโฟเวียร์อะลาเฟนามีดเรียกกันย่อๆ ว่า ทีเอเอฟ หรือ ทาฟ

สรุปย่อ

ยาทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด(ทาฟ) จดสิทธิบัตรไว้ในหลายประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศที่ผลิตยาชื่อสามัญที่ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพแล้ว (เช่น จีน อินเดีย อาฟริกาใต้) และยังอยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตรในประเทศอื่นๆ (เช่น บราซิล) ถ้ายานี้ได้ขึ้นทะเบียนยาเมื่อไร โอกาสการแข่งขันโดยยาชื่อสามัญจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในประเทศที่อยู่ในสัญญาของโครงการร่วมใช้สิทธิ์ฯเท่านั้น

สถานะสิทธิบัตร

สิทธิบัตรสารประกอบหลักของยาทีโนโฟเวียร อะลาเฟนามีด(ทาฟ) ได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรกับสถาบันวิทยาศาสตร์ของสาธารณรัฐเช็คในปี พ.ศ. 2528 และส่วนใหญ่ (อาจไม่ทั้งหมด) หมดอายุแล้วในประเทศที่รับจดสิทธิบัตร
สิทธิบัตรในรูปแบบของโพร-ดรักของยาทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด(ทาฟ) คาดว่าจะหมดอายุปีพ.ศ. 2564 ยาตัวนี้ได้จดสิทธิบัตรแล้วในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การทรัพย์สินทางปัญญาภูมิภาคอาฟริกา หรือ ARIPO จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การทรัพย์สินทางปัญญาอาฟริกาหรือOAPI แอฟริกาใต้ ยูเครน และเวียดนาม และจากข้อมูลที่มีอยู่กำลังยื่นขอจดสิทธิบัตรอยู่

สถานะการใช้สิทธิ์โดยสมัครใจ

ยาทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด(ทาฟ) อยู่ในโครงการร่วมใช้สิทธิในสิทธิบัตรยาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยครอบคลุม 112 ประเทศ ในขณะเดียวกัน บริษัทเจ้าของสิทธิบัตรได้ทำสัญญาแยกต่างหากกับผู้ผลิตอีก 2 ราย ปัจจุบัน ผู้ผลิตยาชื่อสามัญหลายรายกำลังกำลังพัฒนาและวิจัยยาทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด (ทาฟ)อยู่

ยาสูตรผสม

ยาทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด พัฒนาขึ้น (และกำลังยื่นขอทะเบียนยา) ในรูปแบบของยาสูตรผสมร่วมกับยาเอ็มไตรซิททาบีน (เอฟทีซี) และยังใช้เป็นหนึ่งในยารวมเม็ด 4 ชนิด ที่รวมอยู่ในเม็ดเดียวกับไปด้วยยาทีโนโฟเวียร์ อะลาเฟนามีด(ทาฟ) ยาเอลวีเท็กกราเวียร์ ยาโคบิซีสแตท ส่วนยาสูตรผสมที่ร่วมกับยาเอ็มไตรซิททาบีน(เอฟทีซี) ยาดารุนาเวียร์ และยาโคบิซีสแตท ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

Related news articles