มาเลเซีย

ในมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 100,000 คน โดยประมาณการณ์ว่า มีผู้ติดเชื้อฯเพียงหนึ่งในสี่ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯ

ปัญหา

หนึ่งในเหตุผลหลักที่คนไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ คือเกณฑ์ในการให้สิทธิบัตรของระบบสิทธิบัตรในประเทศที่เปิดโอกาสให้บริษัทยาสามารถขยายอายุการคุ้มครองสิทธิบัตรของตนเองได้   ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2558 มาเลเซียยังได้มีการลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกหรือTPP แม้ว่าจะยังไม่มีผลบังคับใช้ก็ตาม นอกจากนี้มันยังจะเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป ซึ่งเนื้อหาในข้อตกลงเหล่านี้มีผลบ่อนทำลายการเข้าถึงยาของประชาชนด้วย

หลังจากมาเลเซียประกาศใช้เป็นมาตรการบังคับใช้สิทธิในปี พ.ศ.2546 กลุ่มบริษัทยาข้ามชาติพยายามที่จะกดดันรัฐบาลมาเลเซีย ด้วยการให้ข้อมูลที่ผิดๆต่อการใช้มาตรการดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลไม่กระตือรือร้นที่จะใช้มาตรการดังกล่าว และย้ายไปใช้มาตรการการให้สิทธิโดยสมัครใจแทน

กระทรวงสาธารณสุข (MoH) ของมาเลเซียได้มีการจัดซื้อยาต้านไวรัสเอชไอวี โดยซื้อยาที่ไม่ได้จดสิทธิบัตร หรือสิทธิบัตรหมดอายุแล้ว สถานการณ์ของสิทธิบัตรไม่มีวันตาย ประกอบกับระบบการจัดซื้อยาของกระทรวงสาธารณสุข ส่งผลให้เกิดความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงเกณฑ์การจดทะเบียนสิทธิบัตรและปรับปรุงประสิทธิภาพในการตรวจสอบสิทธิบัตร ซึ่งจะทำให้การจดสิทธิบัตรเมื่อไม่มีนวัตกรรมที่แท้จริงทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ปัจจุบันยามีราคาแพงมากขึ้น

พื้นหลัง

ในปีพ.ศ. 2546  ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศแรกที่มีการใช้เป็นมาตรการบังคับใช้สิทธิเพื่อนำเข้ายาต้านไวรัสเอชไอวีสูตรพื้นฐานจากอินเดียหลังจากข้อยืดหยุ่นในความตกลงทริปส์ถูกนำมาใช้ในปีพ.ศ.2544ตามข้อตกลงโดฮาในองค์กรการค้าโลก (WTO)

ในปีพ.ศ.2549 มาเลเซียได้ยกเลิกการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐ หนึ่งในข้อตกลงที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้คือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาโดยภาคประชาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรณงค์ให้มีการใช้มาตรการยืดหยุ่นหรือทริปส์ที่ตอบสนองปัญหาสาธารณสุขของประเทศ

องค์กร The Positive Malaysian Treatment Access & Advocacy Group (MTAAG +) ได้มีการใช้มาตรการยืดหยุ่นว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาหรือทริปส์ตามกฎหมาย และรณรงค์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้มาตรการทางทรัพย์สินทางปัญญามาส่งผลต่อการเข้าถึงยาหรือระบบสาธาณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าถึงยาราคาที่เหมาะสม  MTAAG + ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับThird World Network (TWN) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีสำนักงานในมาเลเซีย และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและสุขภาพ