การแก้ไขระบบสิทธิบัตรที่ล้มเหลว : เริ่มต้นที่มาร์ราเกชและกลับมาที่นี่อีกครั้ง

การลงนามในข้อตกลงทริปส์ (ข้อตกลงทางการค้าว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา) เกิดขึ้นครั้งแรกที่มาร์ราเกซในปีพ.ศ. 2538 ข้อตกลงนี้ได้กลายเป็นเครื่องมือที่บริษัทยาใช้ทำประโยชน์ให้ตนเอง โดยคำนึงถึงกำไรก่อนที่จะคำนึงถึงผู้ป่วย  ผลที่เกิดขึ้นคือยาที่จำเป็นถูกทำให้เป็นสิ่งที่ห่างไกลออกไปสำหรับคนหลายล้านคน  23ปีต่อมาการประชุมระดับโลกของเราได้เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความสมดุลระหว่างกำไรและการเข้าถึงยา

“ฉันเริ่มต้นการรักษาเอชไอวีในเวลาเดียวกันกับที่ข้อตกลงทริปส์ถูกบังคับใช้ในบราซิล,” วาริเอโน่ เทอร์โต้ จาก ABIA, ประเทศบราซิล กล่าวในระหว่างการเปิดการประชุมระดับโลกเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยา (15-17 มกราคม 2561). “การเข้าถึงยาเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ มันเจ็บปวดที่ได้เห็นยาตัวใหม่ๆแต่มีราคาที่สูงลิบลิ่ว”

อาลียา อามินี่ , เจ้าหน้าที่รณรงค์ ITPC MENA, เกิดในปีพ.ศ. 2538 เมื่่อมีการทำข้อตกลงทริปส์เกิดขึ้นที่มาร์ราเกช บ้านเกิดของเธอ “ฉันพยายามอุทิศตัวทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่คนรุ่นฉันได้ก่อให้เกิดขึ้น”

ตลอดการประชุมสุดยอดมีข้อสรุปที่ถูกพูดถึงตลอดในงานนี้คือ  “ความล้มเหลวของระบบ” ‘ หมายถึงระบบที่พยายามปกป้องเจ้าของสิทธิบัตรเกินไปกว่าสิทธิที่ควรจะได้รับ ระบบที่ทำกำไรมหาศาลจากเอชไอวี” แอนดรูฮิลล์, มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล, สหราชอาณาจักร กล่าวว่า “ระบบที่แตกหักและล้มเหลว” ที่ส่งผลต่อราคาอย่างรุนแรง จอร์จ เบอร์มูเดส เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ UN ด้านการเข้าถึงยา เบอร์มูเดสเตือนผู้เข้าร่วมถึงประเด็น “ระหว่างค่าใช้จ่ายและราคาของยา” ซึ่งอ้างว่ามหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลได้ทำการวิจัยการรวบรวมค่าใช้จ่ายในการผลิตยาที่จำเป็นในรายการขององค์การอนามัยโลกและได้ข้อสรุปแบบสั้นๆว่า “ยาเหล่านั้นล้วนผลิตได้ในราคาที่ถูกมากๆ” เบอร์มูเดสกล่าว

บาบาลวา มัลกาส , เครือข่ายมะเร็ง,แอฟริกาใต้, ได้เตือนเราว่า “เราสูญเสียความเป็นมนุษย์ให้กับความโลภ แต่กลับปกป้องเจ้าของสิทธิบัตรแบบเกินไปกว่าสิทธิที่ควรจะมีแก่บริษัทยาเหล่านี้”  เธอเล่าว่าเพื่อนในวัยเด็กของเธอ โทเบก้า ดากิ ต้องพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านม ไม่ใช่เพราะว่าไม่มียารักษา แต่เป็นเพราะความโลภของบริษัทโรช ที่ได้พรากเอายาเหล่านั้นออกไปจากชีวิตของ ดากิ”  มัลกัสกล่าวว่า เมื่อเด็กๆกำพร้าเพื่อนของเธอมาถามเธอว่า “ทำไมฉันถึงรอดชีวิตแต่แม่ของพวกเขากลับต้องจากไป”  ฉันอยากที่จะโกหกพวกเขา … แต่ฉันไม่ได้ทำ แต่มันเป็นเพราะกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่ปล้นชีวิตเธอไป”

จากการต่อสู้กับความอยุติธรรมที่อยู่เบื้องหลังพบว่ามีตัวอย่างมากมายในชีวิตจริงที่พบว่า  “ระบบปัจจุบันได้มุ่งไปสู่การทำให้ยาทำกำไรสูงสุด มากกว่าจะคิดถึงความต้องการในการเข้าถึยาของประชาชน,” ไมเคิล ไชนล์จาก  DNDI, ละตินอเมริกากล่าว    บรรยากาศของการประชุมได้มุ่งไปสู่การมีแผนการณ์ข้างหน้า ด้วยการรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ไม่ได้มุ่งแต่เพียงแค่แบ่งปันข้อมูล แต่จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงได้จริง “มาร์ราเกชเป็นที่ๆเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นแหล่งข้อมูลของประเด็นนี้” คาร์ดิจา เอล แก๊ปซี่  ITPC MENA กล่าว  “และตอนนี้มันจะเป็นที่ๆเราจะมาหาวิธีการแก้ปัญหา และได้ข้อสรุปร่วมกัน”

“เป้าหมายเดียวกัน”

มันไม่ใช่เป็นการประชุมตามปกติทั่วไป ในหมู่ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ที่มีทั้งแหล่งทุน นักกิจกรรม นักวิจัย จนท.สำนักงานสิทธิบัตรและผู้ผลิตยาชื่อสามัญ  มีทั้งความคิดเห็นที่แตกต่างกันและและการให้ลำดับความสำคัญที่ต่างกัน

“ซึ่งมันหมายถึงว่าการประชุมแบบนี้อาจทำให้คุณรู้สึกอึดอัด,” โซลอง แบฟติส ผู้อำนวยการของ ITPC กล่าว และเรียกร้องให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมกันขุดลึกลงไปและทำงานผ่านความรู้สึกอึดอัดนั้นไปให้ได้

ไม่ว่าสำนักงานสิทธิบัตรจะพยายามที่จะสร้างสมดุล ระหว่างสิทธิของประชาชนและพลเมืองในประเทศ หรือ ‘ สิทธิ ‘ ของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือนักเคลื่อนไหวที่ทำงานในโรคที่เฉพาะเจาะจง หรือทำงานในพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจง แต่มันคือมุมมองที่แตกต่างแต่อยู๋บนเป้าหมายเดียวกัน”  คือการทำให้ยาอยู่ในมือของทุกคน “ลูน แกนเจเต้  ผู้ประสานงาน ITPCในภูมิภาคเอเชียใต้กล่าวว่า” คุณสามารถค้าขายอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ-เข็มขัด, กางเกง, รองเท้า-แต่คุณไม่สามารถค้าชีวิตของเราได้ ”

ไม่มีใครรู้ว่ายาที่พวกเขาแต่ละคนอาจจะต้องใช้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร  ดังนั้นจึงมีข้อตกลงกันแบบกว้างๆ ด้วยการดึงยาแต่ละตัวออกมา ตามบริบทของแต่ละประเทศ  “ไม่มีอะไรดีพอที่จะทำให้โรคหนึ่งหายเพื่อที่จะพบอีกโรคหนึ่ง” เบอร์มูเดส กล่าว ความเชื่อมั่นสะท้อนโดยอานาเล ยาวา เลขาธิการของ TAC  เฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ จากประเทศไทย และในประเทศอื่นๆ

“ความโลภของบริษัทยาไม่ได้เป็นธรรมในประเทศใดๆเลย  ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง รายได้ปานกลางหรือรายได้ต่ำหรือในโรคใดๆ ” อ๊อตโตมัน เมลลักซ์,หัวหน้าทีมทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยา ของ ITPC กล่าว

เราสามารถตสู้กับสิ่งเหล่านี้ได้

เราจำเป็นต้อง “มีจุดยืนที่มุ่งมั่นต่อต้านระบบทีมีอยู่ในปัจจุบันนี้, “Gaelle Krikorian  จากองค์กรIRIS และ ITPC MENA กล่าว

มันเป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น ลูน  แกนเจเต้ เตือนเรา  ซึ่งหมายความว่ามนุษย์สามารถสร้างทางเลือกได้เอง มนุษย์สามารถหาข้อสรุปได้เอง    “เราจำเป็นต้องท้าทายต่อสถานะเดิมๆ ซึ่งคุณจะทำได้ถ้าคุณเชื่อมั่นว่ามันเปลี่ยนได้”      แบบทิสเต้ กล่าว

บริษัทยายักษ์ใหญ่มีแรงจูงใจเป็นกำไรเท่านั้น ด้วยยกำไรที่สูงเกินไป รวมทั้งความมั่นใจเกินไปในยุทธศาสตร์ของตนเอง ทำให้พวกเขาขาดน้ำหนักด้านกฎหมาย  “พอลลี ลอนเดอิกนักกิจกรรมด้านเอชไอวี กล่าว

มันเป็นไปได้ที่จะลุกขึ้นต่อกรกับบริษัทยา ซึ่งรมว.สาธารณสุขของมาเลเซียได้แสดงให้เห็น ในการประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยาโซฟอสบูเวียร์ (sofosbuvir) ของบริษัทกิลิแอต(Gilead)  ที่ได้แทรกแซงการผูกขาดยารักษาไวรัสตับอักเสบซีของบริษัทกิลิแอต ทำให้มาเลเซียสามารถจัดซื้อยาที่มีราคาถูกกว่า และทำให้คนกว่า 454,400 คนได้รับการรักษา ทั้งนี้รมว.กระทรวงสาธารณสุขของมาเลย์เซียได้รับรางวัลผู้นำในการประชุมครั้งนี้

วาเม่ โมซิเม่ ผู้อำนวยการโครงการระดับโลกและการรณรงค์ของ ITPC  เป็นผู้มอบรางวัลได้กล่าวว่า  “เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียได้ประกาศว่า กิลิแอตควรต้องยุติเกมอันตรายที่มีผลต่อชีวิตผู้ป่วยด้วยการประกาศใช้สิทธิของพวกเขาภายใต้ข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือทริปส์ ด้วยการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร(CL)  และเราหวังว่าประเทศอื่นๆจะทำเช่นเดียวกัน เมื่อต้องเผชิญกับสิทธิบัตรที่ไม่เป็นธรรมและการต่อต้านการผูกขาด

“มันเป็นสิทธิของประเทศ และมันไม่ผิดกฎหมาย”, เบอร์มูเดส กล่าว  “ผลิตภัณฑ์ยาต้องถูกละเว้นจากภัยคุกคาม โดยนัยหรืออย่างชัดเจน หรือชั้นเชิงที่จะทำลายสิทธิของสมาชิกองค์การการค้าโลก”

แม้ว่าการบังคับใช้สิทธิจะเป็นสิทธิและควรเป็นเรื่องธรรมดา แต่การตัดสินใจของมาเลเซียก็โดดเด่นขึ้นเนื่องจากการกดดันของบริษัทยาทำให้รัฐบาลไม่เต็มใจที่จะใช้สิทธินี้แทนที่จะเป็นการลดความต้องการของ บริษัท และใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขที่มากขึ้นไปอย่างไม่ยุติธรรม การตัดสินใจที่ยากลำบากว่าจะซื้อยาราคาแพงตัวไหน ใครควรจะได้รับยาบ้าง ในขณะที่เรามียาไม่พอสำหรับทุกคน

ดร. ซัลม่า บารี ผู้แทนที่มารับรางวัลกล่าวว่า “เรากำลังเผชิญกับความท้าทายมากมายและต้องการสนับสนุนให้ที่ประชุมสุดยอดครั้งนี้ร่วมเผชิญหน้าไปด้วยกัน  … เราจะไม่เพียงหยุดที่ยาเอชไอวีและโรคตับอักเสบ เราจะเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกันเพื่อให้แน่ใจว่ายาทุกตัวจะเพียพอสำหรับทุกคน เพราะนี่เป็นสิทธิมนุษยชน”

ในขณะที่เราต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันทั่วโลก เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาสิทธิบัตรยา การดำเนินการทีละขั้นๆในขณะนี้จะเป็นการปูทางให้เราและเรายังต้องมีข้อตกลงร่วมกันทั้งในระยะสั้นและระยะปานกลางรวมทั้งเป้าหมายในระยะยาวด้วย ทาฮี อาร์มิน จากองค์กร IMAK กล่าว

บริษัทยาข้ามชาติต้องมีความรับผิดชอบ

สิ่งที่ชัดเจนไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาวคือว่าเราจะไม่เห็นด้วยต่อการละเมิดขององค์กรเหล่านี้ สิ่งที่พูดกันมาตลอดอย่างชัดเจนคือบริษัทยาข้ามชาติต้องมีความรับผิดชอบ  “ระบบนี้กำลังฆ่าคนและจะฆ่าไปเรื่อยๆเว้นแต่เราจะต่อสู้กลับ” ฟิลิปเป้ เดอ คาร์วาลโฮ จากองค์กร ABIAกล่าว  “ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพูดว่าบริษัทยาข้ามชาติเหล่านี้คืออาชญากร ” เปรโดร วิลาร์ดี ได้กล่าวเพิ่มเติม  “หมดเวลาของการละเว้นโทษบริษัทเหล่านี้แล้ว”

ฟรานซิสโก รอสซี จากองค์การ IFARMA กล่าวว่ามันเป็นบทบาทของภาคประชาสังคม ที่จะต้องช่วยกันติดตามความรับผิดชอบของบริษัทต่างชาติ พร้อมๆกับการจับตาความรับผิดชอบของรัฐบาล องค์การสหประชาชาติ รวมทั้งบริษัทยาชื่อสามัญ เป็นต้น. “ถ้าเราไม่ทำ  แล้วใครจะทำ? ถ้าไม่ทำตอนนี้, แล้วเมื่อไหร่จะทำ? “บีบติสเตกล่าวสนับสนุน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวและการชูให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระการประชุมสูงสุดด้านสุขภาพ แหล่งทุนต้องมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน ปัญหามากมายด้านทรัพย์สินทางปัญญายังเป็นประเด็นที่ไม่ได้รับความสนใจพอจากแหล่งทุน  ไลเนท มาบอท องค์กร ARASA ตั้งข้อสังเกต  และได้รณรงค์เรื่องนี้ร่วมกับพันธมิตรโครงการการเข้าถึงยาจำเป็น  ต้องขอบคุณบางแหล่งทุนที่สนับสนุน   คาริน ทิมเม่ จากสหรัฐอเมริกากล่าวว่าเธอตระหนักถึง “ความสำคัญของภาคประชาสังคมที่ทำงานนี้และเห็นผลที่ชัดเจนมากมาย  เธอกล่าวว่าเธอมีความภาคภูมิใจที่จะยืนขึ้นแล้วนำเสนอ “อาจมีแหล่งทุนขนาดใหญ่ที่สนับสนุนการทำงานเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยา” และ “เราจะยินดีที่จะมีแหล่งทุนที่สนับสนุนการทำงานนี้”

องค์กรเอดส์ฟันด์ Aidsfonds เป็นผู้บริจาคที่สำคัญในการทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงรักษา และ ยังตระหนักถึงประสิทธิภาพของการทำงาน “ด้วยจำนวนเงินสนับสนุนที่ค่อนข้างน้อย แต่กลับมีความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” จอร์ริท คาบาล กล่าว “ราคาของยาเป็นอุปสรรคหลักในแง่ของการเข้าถึง โดยเฉพาะยาเอชไอวี ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำกำไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นการรักษาไปตลอดชีวิตและเป็นสิ่งจำเป็น”เราต้องการวิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและเราควรเริ่มต้นเลย”

อนาคตที่ปลอดสิทธิบัตร

ต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานะสิทธิบัตร  บริษัทยายืนยันว่าการผูกขาดถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม และนั่นทำให้ราคาที่ตั้งไว้สะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนของการวิจัยและพัฒนา (R&D)  แต่ “คำว่านวัตกรรมเป็นเพียงคำโกหก” วิลาดีได้กล่าวไว้ในภาพยนตร์เรื่อง “สิทธิบัตรแบบไม่มีวันตาย” แม้ในขณะที่เป็นนวัตกรรมของแท้  จะมีนักวิจัยสักกี่คนที่จะพูดได้เต็มปากว่า “นี่คือนวัตกรรมของที่ฉันคิดค้นขึ้นมาเอง  เทอร์โตตั้งคำถาม หรือมันเป็นผลของการทำงานร่วมกันทางวิทยาศาสตร์?”

หากพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา(R&D) ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาหลายครั้งแล้วว่านี่ไม่ใช้ข้อเท็จจริง เห็นได้จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล

อัลลัน มาเลเช จากองค์กร KELIN ได้ชี้ว่าการให้คำมั่นต่อเรื่องสุขภาพของรัฐบาลมักจะถูกขวางโดยระบบปัจจุบัน: “ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาค (แอฟริกา) ได้มีคำมั่นผูกพันร่วมกันในการปกป้องสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา และประเทศส่วนใหญ่ยังมีความมุ่งมั่นที่จะ บรรลุการมีระบบหลักประกันสุขภาพ” แต่เป้าหมายด้านสุขภาพและราคาด้านสิทธิบัตรกลับไม่ไปด้วยกัน

โมฮัมหมัด ซาอิด ผู้แทนจากรัฐบาลโมร็อกโกกล่าวว่า “เรากำลังต่อสู้ในระบบทรัพย์สินทางปัญญา ในขณะที่อุปสรรคใหญ่คือการต่อสู้กกันในระบบทรัพย์สินทางปัญญาเอง ” เบอร์มูเดสเรียกมันว่า “อนาคตที่ปลอดจากสิทธิบัตร”กล่าวย้ำโดยเมลักษ์ ในระหว่างพิธีปิดว่า: ต้องปลดแอกกฎหมายการค้าโลกที่ได้ผูกและล่ามโซ่แห่งโชคชะตาในอนาคตของเรา การสอนต่อๆกันมาว่าบริษัทยาจำเป็นต้องมีชีวิตรอด ให้เราสามารถเอาชีวิตรอดและประสบความสำเร็จได้นั้นต้องถูกพลิกคว่ำ  ”

“ในขณะที่เรากำลังจะลาจากเมืองมาร์ราเกซ ที่ที่ซึ่งกฎของการค้าโลกและข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา ถูกนำมากำกับเรา เราต้องคิดว่าเราจะเปลี่ยนหลักการของเราให้เป็นการปฏิบัติได้อย่างไร ผมไม่เชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังคุยกันเป็นวาระที่สุดโต่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง ”

วิสัยทัศน์ของเราที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงมีความชัดเจน-โลกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงความจำเป็นด้านการรักษาที่เหมาะสม ในราคาที่ไม่แพง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้เราจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรและให้ความสำคัญกับคนเป็นอันดับแรก

ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมการประชุมได้ที่นี่

ดูงานนำเสนอของผู้นำเสนอตามวันและเวลา

ดูกิจกรรมบน YouTube

ข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณาลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับการทำงานล่าสุดของเรา วิธีการที่คุณจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการรณรงค์ของเรา และเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณนำเสนออุปสรรคในการเข้าถึงการรักษาในการทำงานของคุณ

SaveSave