เรื่องแต่งของความตกลงการค้ากับสาธารณสุข ถามตอบกับออทโธมัน เมลลุค

[View the original English version here, article by IP-WATCH.]

ดร.ออทโธมัน เมลลุค เป็นนักรณรงค์ให้มีการเข้าถึงการรักษาชาวโมร็อกโคซึ่งทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยามากว่าหนึ่งทศวรรษ  เขาเป็นแกนนำด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยาขององค์กรร่วมการเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงการรักษาระหว่างประเทศ (International Treatment Preparedness Coalition หรือ ITPC) อันเป็นเครือข่ายทั่วโลกของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและนักรณรงค์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้มีการเข้าถึงยาเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบ และเป็นกรรมการในคณะกรรมการที่ปรึกษายุทธศาสตร์และทางวิชาการขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบ  เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ให้สัมภาษณ์แก่พาทราเล็กคา แชทเทอร์จี เพื่อตีพิมพ์ใน Intellectual Property Watch อันเป็นส่วนหนึ่งของบทความหลายตอนที่ได้รับการสนับสนุนจาก Make Medicines Affordable [การสัมภาษณ์นี้เป็นหนึ่งในสองของรายงานการสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์อีกครั้งคือกับดร.คาร์ลอส คอร์เรีย]  

Intellectual Property Watch (IPW) :  เป็นที่เชื่อกันทั่วไปว่าการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดจะนำไปสู่การพัฒนาในด้านต่างๆเพราะจะมีการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม  แต่การคุ้มครองดังกล่าวจะให้ผลเหมือนๆกันในแต่ละประเทศที่มีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันเช่นนั้นหรือ

ออทโธมัน เมลลุค

ออทโธมัน เมลลุค :  ผู้ส่งออกทรัพย์สินทางปัญญากับผู้นำเข้าทรัพย์สินทางปัญญาเห็นประโยชน์ไม่เหมือนกัน  ประเทศที่ส่งออกทรัพย์สินทางปัญญาไม่ว่าจะเป็นเวชภัณฑ์หรือซอฟแวร์ก็จะสนใจการคุ้มครองสิ่งที่ตนผลิตทั้่งในประเทศและทั่วโลก  ส่วนประเทศที่นำเข้าก็จะมองต่างและก็จะมีนโยบายที่รองรับประโยชน์ของตน  ประเทศกำลังพัฒนาซึ่งต้องพึ่งทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอื่นก็ต้องการให้มีการคุ้มครองน้อยที่สุดซึ่งก็มีกำหนดไว้ในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights: TRIPS) ณ ปัจจุบัน TRIPS มีข้อบกพร่อง แต่อย่างน้อยที่สุดก็ให้ความคุ้มครองขั้นต่ำแก่ผู้ทรงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และเปิดช่องทางให้ประเทศต่างๆได้สามารถปรับกฎหมายของตนให้สอดคล้องกับระดับการพัฒนา  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปต้องการผลักดันให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดแบบ ‘TRIPS plus’ เพราะต้องการคุ้มครองอุตสาหกรรมต่างๆของตน  เกิดความผิดพลาดใหญ่ขึ้นเมื่อประเทศที่ต้องพึ่งทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอื่นหันไปปฏิบัติตาม TRIPS plus เพราะนั่นไม่ได้เป็นประโยชน์แก่ประเทศเหล่านั้น  แต่ก็เกิดขึ้นเพราะการโฆษณาชวนเชื่อและเรื่องที่แต่งอย่างมากว่าการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาช่วยส่งเสริมนวัตกรรม

IPW :  เหตุใดจึงเป็นเรื่องแต่งอย่างมาก  ข้อกำหนดการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดในความตกลงการค้าเสรีมิได้ช่วยส่งเสริมการลงทุนในความคิดของคุณเช่นนั้นหรือ

เมลลุค :  เป็นความผิดพลาดอย่างมากที่คิดว่าการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดขึ้นจะส่งเสริมนวัตกรรม  มันมิได้เป็นเช่นนั้น  มันทำให้ประเทศต่างๆต้องพึ่งนวัตกรรมของประเทศอื่น  นวัตกรรมขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆหลายอย่าง เช่น ระดับการศึกษา การลงทุนในการวิจัย การสร้างโครงสร้างพื้นฐานของความรู้  มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพียงอย่างเดียว  ข้ออ้างอีกประการคือการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจะส่งเสริมให้มีการลงทุน และจะช่วยสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ  อีกนั่นแหละนี่ก็ไม่จริง แต่เป็นข้ออ้างที่เอาออกมาใช้ในระหว่างเจรจาความตกลงการค้าเสรีซึ่งก็ไม่จริง  ดูอย่างความตกลงการค้าเสรีระหว่างโมร็อกโคกับสหรัฐอเมริกาซึ่งมีข้อกำหนดให้การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวด และบังคับใช้มา 13 ปีแล้ว  แต่แล้วผลเป็นอย่างไร  มันทำให้สหรัฐอเมริกาส่งออกมายังโมร็อกโคมากขึ้น แต่สหรัฐอเมริกาก็มิได้ลงทุนมากมายอะไรใน 13 ปีนี้และก็มิได้สร้างงานในโมร็อกโค  รายงานการศึกษาอย่างเป็นทางการของโมร็อกโคสองฉบับระบุว่ามาจากสาเหตุที่ความตกลงการค้าเสรีนี้ไม่มีความสมดุลและมิได้ทำให้โมร็อกโคได้ประโยชน์  แต่เรื่องแต่งที่โยงการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญากับการลงทุนก็ยังคงดำเนินต่อไป  นี่ก็เพื่อหนุนให้มีการเปลี่ยนนโยบายในประเทศต่างๆ  ผมคิดว่าการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต้องมองเป็นประเทศๆไป และแต่ละประเทศควรมีนโยบายคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่ปรับให้สอดคล้องกับระดับการพัฒนาและความจำเป็นของตน

IPW :  โมร็อกโคได้ยอมรับข้อกำหนด TRIPS plus ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกา แล้วมันเป็นอย่างไรบ้าง

เมลลุค :  ใช่ โมร็อกโคยอมรับทุกอย่าง  เรายอมรับการขยายการคุ้มครองสิทธิบัตรไปนานกว่า 20 ปี เรา

ยอมรับการคุ้มครองข้อมูลทดสอบทางยา (data exclusivity) เรายอมรับการให้สิทธิบัตรแก่การใช้ยาเก่าด้วยวิธีการใหม่ เรายอมรับการกำหนดข้อจำกัดในการประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ (compulsory licenses) และเราก็ยอมรับการโยงการอนุมัติการทำการตลาดกับสถานะของสิทธิบัตร เหล่านี้เป็นมาตรการ TRIPS plus ที่สำคัญอย่างน้อยห้าประการ  ความตกลงการค้าเสรีนี้ถือเป็นความตกลงที่แย่ที่สุดอันหนึ่ง

IPW :  แล้วราคายาเพิ่มสูงขึ้นไหม

เมลลุค :  นี่เป็นประเด็นใหญ่  เรายังไม่ได้ทำการศึกษาผลกระทบ  ยาของที่นี่มีราคาสูงมากและยาบางตัวในโมร็อกโคมีราคาสูงกว่าในยุโรป  รายงานการศึกษาของรัฐสภาโมร็อกโคระบุเรื่องนี้ และใช่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา  แต่ก็ยังไม่มีการศึกษาผลกระทบอย่างแท้จริงของความตกลงการค้าเสรีระหว่างโมร็อกโคกับสหรัฐอเมริกา  นี่คือปัญหา  หลายประเทศเจรจาตกลงโดยไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบในเรื่องต่างๆอย่างเช่นเรื่องยา  แต่บราซิลและอาร์เจนตินาได้ทำโดยคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

ตอนนี้โมร็อกโคกำลังเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป  แต่คราวนี้ การเจรจาได้รับการขัดขวางด้วยเหตุผลหลายประการเพราะคนจำนวนมากไม่เห็นด้วยในเรื่องต่างๆ รวมถึงประเด็นการเข้าถึงยาที่ไม่แพง  รัฐบาลจึงยอมที่จะทำการศึกษาผลกระทบ  ก็ได้มีการเรียนรู้บทเรียนแต่ก็ต้องใช้เวลาถึง 13 ปี

IPW :  เราจะโต้แย้งเรื่องแต่งเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญากับการค้าและนวัตกรรมได้อย่างไร

เมลลุค :  ประเด็นเรื่องการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องซับซ้อน  เป็นการง่ายที่จะระดมสื่อและปลุกกระแสเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับยา เพราะอาจมีคนต้องตายหากไม่ได้รับยาตัวนั้นๆ  ราคายาเป็นประเด็นใหญ่ในโมร็อกโค  ประมาณร้อยละ 65 ของประชากรมีประกันสุขภาพ แต่แม้จะมีประกัน มันก็ไม่ได้ครอบคลุมทุกโรค  การรักษาเอชไอวีทำได้ฟรีแต่นี่เป็นข้อยกเว้น  เรามีกองทุนโลก [สำหรับเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย] ที่สนับสนุนค่าใช้จ่าย  แต่ไม่มีกองทุนโลกสำหรับไวรัสตับอักเสบซีหรือมะเร็ง คำถามมีว่า จะเป็นอย่างไรหากไม่มีกองทุนโลกอีกเมื่อโมร็อกโคไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนโลกอีกต่อไป

เครดิตรูปภาพ  อเล็กซ์ เบโก

Related news: Uncategorized