กลุ่มต่างๆมุ่งให้ความตกลงการค้าอียูกับเมอร์โคเซอร์ทำให้การเข้าถึงบริการสาธารณสุขก้าวหน้า

[View the original English version here, article by IP-WATCH.]

นักรณรงค์เอดส์และประเด็นสาธารณสุขอื่นๆ รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมในบราซิลและอาร์เจนตินากำลังต่อต้านผลกระทบในด้านลบของความตกลงการค้าเสรีที่กำลังเจรจากันระหว่างกลุ่มประเทศเมอร์โคเซอร์กับสหภาพยุโรป ซึ่งการเจรจานี้อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้ที่จะผลักดันประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาที่จะเอื้อประโยชน์แก่การเข้าถึงการรักษา ทั้งนี้ตามคำกล่าวของเปโดร วิลลาร์ดี ผู้ประสานงานประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาของ Associação Brasileira Interdisciplinar de Aids Observatorio Nacional de Politicas de Aids (ABIA)

เซซิเลีย มัลสตอร์ม สมาชิกของอีซีที่รับผิดชอบเรื่องการค้า และฟิล โฮแกน สมาชิกของอีซีที่รับผิดชอบเรื่องการเกษตรและการพัฒนาชนบทเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่มประเทศเมอร์โคเซอร์
เครดิตรูปภาพ  คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission)

ตามข้อมูลที่รั่วออกมาล่าสุดจากร่างข้อตกลงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาบ่งชี้ว่ามีการประนีประนอมในประเด็นต่างๆของส่วนนี้ เช่น การยกเลิกใบรับรองเพื่อการคุ้มครองเสริม (supplementary protection certificates) ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการโต้แย้งกัน  อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวเตือนว่ายังมีข้อสัญญาที่เป็น TRIPS-plus ในร่างนี้อยู่

วิลลาร์ดีกล่าวว่า “ผู้เจรจาจากสหภาพยุโรปได้แสดงการยืนกรานในหลายประเด็น” จากการเจรจาที่ผ่านมาหลายรอบ ผู้เจรจาของเมอร์โคเซอร์ (ตลาดร่วมแห่งอเมริกาใต้) ได้ขอให้ฝ่ายสหภาพยุโรปยกเลิกข้อสัญญาที่เกินไปกว่าข้อกำหนดในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights หรือ TRIPS) ขององค์การการค้าโลก  ประเด็นที่ต่อสู้กันมากคือการคุ้มครองข้อมูลทดสอบทางยา (data exclusivity) และการขยายระยะเวลาการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งหมายถึงการขยายเวลาในการผูกขาดของบริษัทผลิตยาข้ามชาติ

วิลลาร์ดีกล่าวว่าคณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างที่ได้มีการปรับปรุงร่างข้อสัญญาที่เป็น TRIPS-plus  “แต่พวกเขาไม่ยอมยกเลิกทั้งหมดเสียทีเดียว ในขณะที่ผู้เจรจาของเมอร์โคเซอร์ไม่ยอมรับร่างข้อสัญญาเหล่านั้น ส่วนฝ่ายสหภาพยุโรปก็ไม่ยอมยกเลิก จึงไม่มีความคืบหน้า”

อียูต้องการมากไปกว่า TRIPS

กองอำนวยการ (Directorate General) ด้านการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรปได้เน้นย้ำปฏิเสธคำกล่าวอ้างนั้น และย้ำว่า “การส่งเสริมการเข้าถึงยาเป็นเสาหลักสำคัญหนึ่งในนโยบายของสหภาพยุโรปด้านทรัพย์สินทางปัญญา และได้นำมาพิจารณาอย่างเต็มที่ในการเจรจากับกลุ่มประเทศเมอร์โคเซอร์”  ความตกลงระหว่างสหภาพยุโรปและเมอร์โคเซอร์ (EU-Mercosur Association Agreement) “ไม่มีข้อสัญญาใดที่กำหนดราคาขั้นต่ำหรือระบุราคาของยาหรือบริการสาธารณสุข” ทั้งนี้คณะกรรมาธิการยุโรปตอบคำถามของ Intellectual Property Watch เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างสั้นๆ แต่ก็ไม่ยอมพูดถึงเนื้อหาในร่างสัญญา

เดวิด มาร์ตินสมาชิกของรัฐสภายุโรปและอดีตประธานของคณะทำงานการเข้าถึงสาธารณสุขของรัฐสภายุโรปกล่าวกับ Intellectual Property Watch ว่าเขาสนับสนุนให้มีการบรรลุ “ความสมดุลที่อ่อนไหวระหว่างความจำเป็นในการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะกับยาสมัยใหม่และการพัฒนาการรักษาโรคที่ทันสมัยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็คุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงยาที่ไม่แพง”

แต่มาร์ตินก็ตั้งข้อสังเกตว่า “มีบางประเทศที่เรากำลังเจรจาอยู่ก็ได้บัญญัติกฎหมายที่เป็น TRIPS-plus ใช้ภายในประเทศของตนแล้ว”  คณะกรรมาธิการยุโรปก็ได้กล่าวย้ำถึงประการนี้เช่นกัน

คิดค่าใช้จ่ายของ TRIPS-plus

วิลลาร์ดีปฏิเสธข้ออ้างที่ว่ามีกฎหมายที่มีบทบัญญัติเป็น TRIPS-plus แล้ว โดยกล่าวว่าเป็น “การชี้นำในทางที่ผิด”  มาตรา 40 ในกฎหมายสิทธิบัตรของบราซิลบัญญัติให้การชดเชยแก่ผู้ทรงสิทธิบัตร “ในกรณีที่กระบวนการขอสิทธิบัตรใช้เวลานานกว่า 10 ปี  หากเกินกว่า 10 ปีนี้ไปสองปี ผู้ทรงสิทธิบัตรก็จะได้ชดเชยสองปี” ทั้งนี้ตามคำกล่าวของวิลลาร์ดี “แต่สิ่งที่สหภาพยุโรปกำลังเรียกร้องนั้นคือการขยายระยะเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งไปผูกกับอำนาจในตลาด  นี่เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง มันเป็นการขยายระยะเวลาและบริษัทผลิตยาเท่านั้นที่ได้ประโยชน์”

ABIA และองค์กรอีกแห่งหนึ่งที่ร่วมในการต่อสู้ที่ชื่อว่า Fundación Grupo Efecto Positivo (FGEP) ได้คำนวณตัวเลขเพื่อใช้ในการโต้แย้งมาตรการที่เป็น TRIPS-plus  ในการศึกษาโดยใช้แบบจำลองการประเมินผลกระทบของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน FGEP ได้คำนวณถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหากมีการคุ้มครองข้อมูลทดสอบทางยา (data exclusivity) และการขยายสิทธิในการผูกขาด ซึ่งมาตรการเหล่านี้ยังมีอยู่ในร่างความตกลง ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2018  การศึกษานี้ศึกษายาต้านไวรัส 17 ตัวที่อยู่ในรายการของเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของสำนักงานของรัฐบาลกลางและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในสถานการณ์ต่างๆห้าสถานการณ์

ในกรณีที่ผู้เจรจาของสหภาพยุโรปและเมอร์โคเซอร์ตกลงที่จะให้มีมาตรการคุ้มครองเพิ่มเติมต่างๆ ค่าใช้จ่ายของภาครัฐจำเป็นต้อง “เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 จากค่าใช้จ่ายของสถานการณ์ในปัจจุบัน”  ปัญหาคือค่าใช้จ่ายเกินตัวมากมายมหาศาลนี้อาจบั่นทอนความยั่งยืนในอนาคตของการเข้าถึงยา ทั้งนี้ตามข้อสรุปของผู้ทำการศึกษา

ผลจากศึกษาของ Brazilian Oswaldo Cruz Foundation and Shuttleworth Foundation ก็ออกมาคล้ายคลึงกัน  นั่นคือการมีข้อสัญญาที่มีลักษณะเป็น TRIPS-plus จะเพิ่มค่าใช้จ่ายอย่างมากแก่รัฐบาลและผู้เสียภาษี

การศึกษาทั้งสองนี้เรียกร้องให้ผู้เจรจาของเมอร์โคเซอร์ยืนกรานในการปฏิเสธข้อสัญญาที่เป็น TRIPS-plus เนื่องจากว่าหากยอมรับ อาจหมายถึงความเลวร้ายในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่แย่ลงในประเทศของตนในที่สุด

การสนับสนุนจากนักเคลื่อนไหวสาธารณสุขของอียู

นักเคลื่อนไหวของเมอร์โคเซอร์ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคประชาสังคมในสหภาพยุโรป  อเล็กซ์ ลอว์เรนซ์โฆษกของ Health Action International กล่าวกับ Intellectual Property Watch ว่าการอ้างอิงถึงปฏิญญาโดฮาอันเป็นส่วนหนึ่งในร่างความตกลงการค้าเสรีนี้เป็นเพียง “ลมปาก” ตราบเท่าที่สหภาพยุโรปยังคงผลักดันให้มีข้อสัญญาที่ไม่เป็นไปตามปฏิญญาโดฮาและบั่นทอนการใช้ความยืดหยุ่นต่างๆ

ลอว์เรนซ์กล่าวย้ำว่า “ความตกลง TRIPS หมายกำหนดมาตรการขั้นสูงสุดแล้ว มิใช่ขั้นต่ำ”

เครดิตรูปภาพ  คณะกรรมาธิการยุโรป

Related news: Uncategorized